Directive 8020 วางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2026 เป็นซีซั่น 2 เกมแรก (จาก 5 เกม) ในซีรีส์ The Dark Pictures Anthology เป็นเรื่องราวในอนาคต โปรเจกต์ปี ค.ศ. 2065 ยาน Cassiopeia ออกเดินทางห่างจากโลกไปร่วม 12 ปีแสง ไปยังดาว ทูเซติ เอฟ (Tau Ceti F) ที่สภาพแวดล้อมดูเหมาะสม แต่ยานกลับเสียหายและต้องลงจอด ถูกล่าโดยเอเลี่ยนที่ปลอมตัวเป็นพวกคนบนยานได้
* เป็นการสรุปเนื้อเรื่องและฉากจบหลักๆ ไม่ใช่บทสรุปเกม อาจขาดบางตัวเลือกในเกม
Table of Contents
ตัวละคร
ตัวละครที่เล่นได้
– Brianna Young นักบินอวกาศและนักบินผู้ช่วย
– Nolan Stafford ผู้พัน ผู้บัญชาการยาน
– Laura Eisele (ไอเซล) เจ้าหน้าที่ภารกิจอาวุโส
– Samantha Cooper ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์
– Josef Cernan วิศวกรเทคนิค
ตัวละครอื่นและ NPC
– Tomas Carter ผู้ดูแลการจำศีล บังคับได้ใน Chapter 1
– Pari Simms ผู้ดูแลการจำศีล
– Noah Mitchell นักบินหลัก
– Zoe Anders นักวิทยาศาสตร์
– LaMarcus Williams นักธุรกิจพันล้าน CEO ของบริษัทคอรินธ์ (Corinth)
– The Oracle เอไอบนยาน
อื่นๆ
– The Curator ภัณฑารักษ์ (ผู้ดูแล) ผู้เชื่อมเรื่องราวในแต่ละภาค

สรุปเนื้อเรื่อง
Chapter 1: Little Star
พูดถึง ซิมส์ และ คาร์เตอร์ ช่างเทคนิคที่ดูแลจากจำศีลของลูกเรือ เดินสำรวจในยาน จนซิมส์หายตัวไปและมาไล่ล่า คาร์เตอร์ ไม่ว่าจะหนีพ้นหรือไม่ สุดท้ายคาร์เตอร์จะถูกสังหาร
Chapter 2: Best Laid Plans
ก่อนจะถึงดาว ตัดมาที่กลุ่ม ยัง แสตนฟอร์ด ไอเซล มิตเชล ที่ตื่นแล้ว พวกเขาติดต่อซิมส์ (เอเลี่ยน) ได้และรายงานถึงความเสียหายของยานซึ่งทำให้ออกซิเจนลดลง
ระหว่างสำรวจ ไอเซล ถูกซิมส์ขัง เกือบถูกส่งไปนอกยาน แต่รอดมาได้และแจ้งทุกคน เมื่อสำรวจจุดที่ผิดปกติจะพบศพของคาร์เตอร์

Chapter 3: The Sample
อนาคตในอีก 22 ชั่วโมง เคอร์นันถูกไล่ล่าโดยวิลเลี่ยม ต้องหนีจนรอด
ปัจจุบัน ยานกำลังจะลงจอด แต่พบว่ายานควบคุมไม่ได้ ทำให้ลงจอดไม่ดีและเกิดความเสียหาย
กลุ่มคนที่ปลุกขึ้นมาเพิ่ม คือ คูเปอร์ เคอร์นัน แอนเดอร์ส และนายทุน วิลเลี่ยม ซึ่งวิลเลี่ยมหัวเสียที่การเดินทางไม่ราบรื่นแบบที่เขาคาดหวัง
หลังแยกกันสำรวจ วิลเลี่ยมตื่นเต้นที่เห็นสิ่งมีชีวิตนอกโลกและสั่งให้คนไปเก็บ

Chapter 4: Dragnet
อนาคตในอีก 18 ชั่วโมง คูเปอร์และแอนเดร์ส ติดตามวิลเลี่ยม (เอเลี่ยน) ไปก่อนหนีทั้งคู่
ตัดมาที่ปัจจุบัน พูดคุยถึงความตายของคาร์เตอร์และรายงานความเสียหาย น้ำมันก็ไม่พอ ต้องรอความช่วยเหลือจากยานแอนโดรเมด้า
ระหว่างอยู่ในช่องอากาศ ยัง ได้พบศพของซิมส์ตัวจริง ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ไล่ตามพวกตนไม่ใช่ซิมส์
เมื่อต้องสู้ตัวต่อตัว ยัง สามารถผลักเอเลี่ยนลงแหล่งพลังงานได้

Chapter 5: Mr. William
17 ชั่วโมงอนาคต ไอเซล หนีเอเลี่ยนที่ปลอมเป็นหัวหน้า หลังเปิดสวิสตซ์ 3 จุดและล่อมันเข้าไปในห้องเผาขยะ กำจัดเอเลี่ยนได้
กลับมาปัจจุบัน มีการโชว์ภาพที่สสารทางชีววิทยาจากดาวตก วิลเลี่ยมสนใจและต้องการนำมันกลับโลก แม้จะมีคนคัดค้าน
เมื่อสงสัยวิลเลี่ยม พวกแอนเดอร์จึงขอความร่วมมือกับเพื่อนเก่า คูเปอร์ ทำยานอนหลับให้วิลเลี่ยมดื่ม (รหัสผสม 168)
ระหว่างทดสอบสิ่งมีชีวิตที่เจอ แอนเดอร์ถูกขังในห้องอ๊อกซิเจนเหลวรั่วทำให้หนาวอย่างรวดเร็ว ส่วนมิตเชลอยู่ในห้องที่เกิดเพลิงไหม้ ในขณะที่วิลเลี่ยมผิดปกติ
ยัง ต้องเลือกช่วยระหว่าง แอนเดอร์ส หรือ มิตเชล คนใดคนหนึ่ง ก่อนเลือกเขาเห็นวิลเลี่ยมในกองเพลิงโดยไม่รู้สึกร้อนและเขาควรอยู่ห้องออฟฟิศ
หากเลือก Anders ในห้องที่กำลังแข็ง จะช่วยเธอออกมาได้ทัน ส่วนวิลเลี่ยมจะยืนเผชิญหน้า มิตเชล แล้วปล่อยให้ไฟเผาร่างเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรแต่สุดท้ายก็ล้มลง
* หากระบบน้ำดับเพลิงทำงานเขาจะรอดได้อีกคน แล้วรอดทั้งคู่ (แต่หากระบบไม่ทำงาน มิตเชล จะตายจากไฟครอก)
วิลเลี่ยมที่เพิ่งตื่นถูกสงสัยและบังคับตรวจสอบร่างกาย ในเวลาเดียวกันกล้องวงจรปิดจับภาพสิ่งมีชีวิตใส่ฮูดจำนวนมากบนยาน ทำลายระบบออกซิเจน ทำให้เหลือเวลาบนยานไม่ถึงวัน

Chapter 6: Hostile Takeover
ย้อนไป 2 วัน ก่อนออกเดินทาง ยัง คิดถึงสมัยที่พูดกับแสตนฟอร์ดเพื่อนของพ่อเธอ ก่อนออกเดินทาง
พวกสแตนฟอร์ด พบเอเลี่ยนที่ปลอมร่างตน และต้องพยายามหนีจนสำเร็จ จนทำให้เข้าใจว่าวิลเลี่ยมในห้องขังก็ตัวปลอม
ด้านวิลเลี่ยมโมโหพยายามพังกระจกห้องแสกนหนี จึงต้องเลือกระหว่างฆ่าหรือปล่อย หากรอปล่อยระบบแสกนจะยืนยันได้ว่าเขาเป็นตัวจริงจากยานอนหลับในร่าง
ข้ามไปตอน ไอเซล เจอเอเลี่ยนและเผาวิลเลี่ยมตัวปลอมสำเร็จ
ด้านสแตนฟอร์ดใช้ปืนขู่ทุกคนให้เข้าเครื่องแสกนทีละคน ทุกคนจะผ่านเกือบหมด (กรณีไม่มีใครตาย) ไอเซล เป็นคนสุดท้ายแต่มีอีกคนที่มา (ตัวจริง)
มีให้เลือกระหว่าง Test ให้แสดงตัวตน และ Order เข้าเครื่องแสกน
- หากเลือก Test คนที่เข้ามาทีหลังจะพูดที่รู้จักกันมานาน และไม่เคยสบตาเขา ในขณะที่อีกคนพูดขัดอย่างเดียว เมื่อให้เลือกอีกครั้ง ให้ยิงคนที่มาก่อน จะพบว่าเป็นตัวปลอม
- หากบังคับเข้าเครื่องแสกน จะทำให้ตัวจริงเข้าไปขวางตัวปลอมไม่ให้สแกนแล้วโดนฆ่า (น่าจะเพราะกังวลว่าตัวปลอมตั้งใจแสกน แล้วเข้าไปฆ่าคนที่อยู่ในห้อง)
เมื่อรอด มีการพบโดรนจากภารกิจคาริบดิส (Charybdis) ที่อาจทำให้ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ หากปิดห้องที่ไม่ได้ใช้ออกซิเจนอาจทำให้ทนได้ 6 เดือน
พอจะส่งขอความช่วยเหลือ ก็เริ่มพูดถึงกฎ DIRECTIVE 8020 พวกเขาทั้งหมดอาจปนเปื้อนพวกเอเลี่ยนและไม่ควรกลับโลก ในขณะที่บางคนเชื่อว่ากลับได้แล้วค่อยไปรักษา
แสตนฟอร์ดต้องตัดสินใจระหว่าง Hope ส่งข้อความแจ้งตามปกติ หรือ Warn ส่งคำเตือน
Chapter 7: Revelation
ย้อนไป 2 วันก่อนออกเดินทาง ยังพูดกับแสตนฟอร์ดถึงเรื่องภารกิจและให้เซนต์ยอมรับ
ปัจจุบัน พวกนักบินต้องใส่ชุดอวกาศ เดินบนดาวตามโดรนไป ระหว่างทางแอนเดอร์สหายตัวไปและต้องตามหาเธอ ไปตามเบาะแสที่เธอบอก (ทางขวา) หากถูกจะพบตัวเธอ
* กรณีช่วยไม่ได้ จะต้องทิ้งเธอไว้ที่ดาวนี้

เมื่อขึ้นไปจุดส่งสัญญาณ จะเห็นว่าดาวยิงสสารขึ้นฟ้าซึ่งเป็นเหตุให้เครื่องบินตก เมื่อหารหัสและกรอกตัวเลข (2540) จะเปิดระบบได้ ส่งข้อความได้
ยัง สังเกตว่ามี Log บันทึกข้อความหลายครั้งในช่วงเวลาที่ต่างกัน (เวลาล่าสุด ปี ค.ศ. 2073) ข้อความแตกต่างกันตามสถานการณ์ ในบริเวณนั้นมีซากยานเดียวกันหลายลำ และศพที่เหมือนกับตน
มิเชลได้ข้อสรุปว่า แอนเดอร์สน่าจะรู้เรื่องทั้งหมดว่านักบินคนอื่นเป็นโคลนที่ถูกส่งมาหลายครั้งแล้ว
เมื่อกลับมาที่ยาน พวกเอเลี่ยนจำนวนมากบนยานตื่น พวกเขาต้องแยกกันหลบหนี หากเล่นดีๆ จะรอดครบทุกคน
เมื่อรวมกัน สแตนฟอร์ดจะเปิดบันทึกของ ยัง ที่ส่งมาจากโลก เธออธิบายแผนของทางรัฐบาลที่รู้ว่าดาวดวงนั้นมีอะไรอยู่
ทุกคนเป็นโคลนนิ่งที่ถูกส่งมา เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจพวกเอเลี่ยน ไม่มียานแอนโดรเมด้าช่วยเหลือแต่แรก
วิลเลี่ยม (โคลนนิ่ง) รู้ความจริงทั้งหมดอยู่แล้ว เขาอธิบายถึงมนุษย์รู้จักเอเลี่ยนและดาวนี้ตั้งแต่ปี 2003

Chapter 8: Come True (จบ)
ในวันที่ส่งยาน จะอธิบายถึงวิธีการอัพโหลดข้อมูลให้ร่างโคลนไว้ใน Pods
ย้อนไป 2 วันก่อนออกเดินทาง ยังพูดกับแสตนฟอร์ด ผิดหวังเรื่องร่างโคลนที่ต้องส่งไปตายเรื่อยๆ
ตอนเป่าเค้กวันเกิดของยัง มีสองตัวเลือก เป็นจุดเปลี่ยน
- ความอยู่รอดของเรา สำคัญกว่าความเป็นมนุษย์ของเรา
- ความเป็นมนุษย์ของเรา สำคัญกว่าความอยู่รอดของเรา

ตัดมาที่ปัจจุบัน
- หากเลือกตัวเลือกแรก (ความอยู่รอด) เทปบันทึกข้อความของยัง จะยืนยันว่าไปช่วยพวกเขาไม่ได้ ไม่มีทางกลับให้พวกเขา ตั๋วเที่ยวเดียวแต่ก็ขอบคุณพวกเขา (กลุ่มที่ 13)
- หากเลือกตัวเลือกสอง (เลือกความเป็นมนุษย์) เธอจะบอกวิธีใช้ยาน SEV หนีกลับไปสู่โลก
ออราเคิล (AI) อนุญาตสามารถให้ทุกคนจบชีวิตตนได้เพื่อที่จะไม่ต้องทรมาน
หากถามวิธีโคลน จะรู้ว่าพวกเขาถูกสร้างร่างจาก DNA และอัพโหลดความทรงจำในระหว่างเดินทาง
* หากไม่ทราบวิธีใช้ SEV หลังคุยจบ 30 นาที เมื่อเห็น Booster Ring บนอวกาศ พวก ยัง มีแผนจะใช้ยาน SEV ขึ้นไปที่นั่น ซึ่งยังดีกว่าอยู่บนยานลำนี้
กรณีจะใช้ยาน SEV และวิลเลี่ยมยังอยู่ เขาจะต้องการอยู่ที่นี่ ซึ่งต้องเลือกว่าจะให้เขาไปด้วยหรือปล่อยให้อยู่ต่อ
ยานเล็กต้องใช้เชื้อเพลิง จึงต้องช่วยกันทำภารกิจสุดท้ายบนยานอีกครั้ง
หลังทำให้เตาปฎิกรณ์โอเวอร์โหลด มีเวลาหนี 10 นาที
ระหว่างหนีจะพบมิเชลที่ต้องการให้เปิดประตูนิรภัย ถ้าช่วยเขาจะรอด (รู้ว่าเป็นตัวจริง เพราะขอโทษเรื่องที่เพิ่งคุยกัน)
* ตัวละครอื่นๆ จะรอดหรือไม่ ขึ้นกับช่วงที่ข้ามไปอนาคต ช่วงเริ่มบท 3-5
ช่วงสุดท้ายจะเป็นการกดรีแอ็คชั่นของแต่ละคน หากพลาดจะตายถาวร หนีขึ้นยานเล็กให้ได้จะหนีไป Booster Ring ได้สำเร็จ
- หากจบแบบรอดครบทุกคนและจบดีสุด จะใช้ Booster Ring มุ่งหน้ากลับไปโลกได้
- หากจบแบบรอด แต่มีเอเลี่ยน (Intruder) บนยานติดมาด้วย จะเป็นการรอความช่วยเหลือเช่นกัน โดยเอเลี่ยนก็แฝงตัวรอคนมาช่วย
- หากจบแบบไม่ครบ หลังเครดิต 3 เดือนผ่านไป กลุ่มโคลนนิ่งกลุ่มใหม่ถูกส่งมา (บางฉากจบ ยานจะได้รับข้อความที่ส่งมาแต่ยังไม่มีใครสังเกต)
หลังเครดิต ไอเซล ตัวต้นแบบ ได้ทราบถึงผลการหลบหนีของกลุ่มที่ 13 ที่ถูกโจมตีก่อนเข้าวงโคจร และต้องการกลับมา เธอไปรายงานเจ้าหน้าที่ระดับสูงถึงความต้องการโปรเจกต์นี้ (รายละเอียดจะต่างกันตามฉากจบ)
* รายละเอียดและบทพูด จะแตกต่างกันตามทางแยก
รวมทุกฉากจบ
Gameplay 7 ชั่วโมง (พากย์ไทย, ฉากจบยังไม่ดีสุด)
All Cutscenes 5 ชั่วโมง (รอดทุกคน แต่ไม่ได้กลับโลก ใน Chapter 8 เลือก Wish 1)
อื่นๆ
ทีเซอร์เกมต่อไป The Dark Pictures Anthology: The Craven Man
ลำดับเกมในซีรีส์ The Dark Pictures Anthology
เนื้อหาแต่ละภาค จะไม่เกี่ยวข้องกัน เหมือนเรื่องสั้นที่เล่าแยกกัน
Season 1 (2019–2022)
- Man of Medan (2019)
- Little Hope (2020)
- House of Ashes (2021)
- The Devil in Me (2022)
Season 2
- Directive 8020 (2026)