ความสำคัญของ 8 คลาส และแนวทางจัดทีม

453

ถ้าคนเล่นเกมแนว Tower Defense มาก่อน คงทราบดีว่าเรื่อง Cost เป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ได้เอาแต่ตัวเทพๆ มาลงแล้วชนะเลย ต้องผสมผสานยูนิตให้เหมาะสม ซึ่งเป็นความท้าทายของเกมแนวนี้ ให้มียูนิต 5-6 ดาวยกทีม พวกท็อป Tier Lists แต่ไม่รู้จัดทีมยังไง ก็กันศัตรูไม่อยู่หรอกครับ ต้องผสมพวก 3-4 ดาวเข้าไปด้วยเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ลูกเล่นแต่ละคลาสอาจแตกต่างกันนิดหน่อย อย่างตัวตีใกล้บางตัวมีสกิลโจมตีไกลด้วย หรือ มีบัฟ/ดีบัฟ ซึ่งต้องลองศึกษาดูในเกม จะเข้าใจมากขึ้น

Vanguard

  • ตัวละครพื้นฐานตัวแรก ถือเป็นตัวสำคัญมาก ต้องลงสนามเป็นลำดับแรกๆ เสมอ ควรมี 1-2 ตัวในทีม
  • มีจุดเด่น คือ Cost ต่ำมาก พร้อมสกิลเพิ่มค่า DP ให้คุณได้ ซึ่งช่วยให้เรียกยูนิตขั้นสูงออกมาได้เร็ว
  • ข้อเสีย คือ อ่อนแอตาม Cost ที่น้อย แค่รับมือพวกเวฟแรกๆ ได้ ส่วนระดับท้ายเวฟ โดนสะกิดก็ปลิวแล้ว
  • ด่านที่ไม่สามารถเพิ่ม Cost ได้ตามปกติ จะช่วยได้ดี
  • TIP: นิยมเรียกลงมากันช่วงแรกของเกม เพื่อบล็อคศัตรู 2 ตัว เล่นคู่กับ Sniper พอกลาง- ปลายเกม ยูนิตเต็มโควต้าก็ค่อยกดขายเอา DP แล้วเรียกตัวอื่นมาแทน

Guard

  • ชื่ออาจชวนงงกับ Defender ซึ่งในเกมนี้ ไม่ได้หมายถึง บอดี้การ์ด แต่เป็น ยามเฝ้า ที่เน้นไปทางโจมตี (เรียกว่า Melee DPS หรือ Attacker ก็ได้อยู่)
  • ตัวละครที่เยอะสุดในเกม (เกิน 20 ตัว) มีจุดเด่นที่ต่างกันไป
  • มี Cost สูงขึ้นไปอีกขั้นจาก Vanguard แต่จุดเด่นอยู่ที่พลังโจมตีสูงกว่ามาก แม้พลังป้องกันน้อย แต่พลังชีวิตพอใช้ เลยพอยืนสู้กับพวกเกราะระดับกลางๆ ได้
  • บางตัวโจมตีระยะไกลได้ด้วย เช่น SilverAsh, Lappland ทำให้ประยุกต์ใช้ได้ในหลายสถานการณ์
  • TIP: พวก Cost น้อย เหมาะกับส่งไปเป็นมือสังหาร เช่น ลงไปฆ่าพวกมือธนู พวกวิ่งทะลุตัวบล็อค หรือ นักเวทที่ยืนแยกฝูง แล้วกดขายทิ้งหลังใช้ เป็นทริคที่ใช้บ่อยในหลายฉาก

Defender

  • พวกสายถึก (แม้แต่ 2 ดาวก็ยังถึก) โจมตีเบามาก เน้น HP และป้องกันกายภาพเป็นหลัก Cost สูงเกือบ 20
  • แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ ถึกมาก รับมือศัตรูได้ 3 ตัว (อาจ 4 ตัวในภายหลัง) กับ ถึกแล้วฮีลได้ รับมือศัตรูได้ 2 ตัว (อาจ 3 ตัวตอน Elite)
  • เหมาะกับรับมือศัตรูเวฟหลังๆ ที่มาหลายตัว ควรเลือกจังหวะการลงให้เหมาะสม
  • TIP: ระวังกลุ่มเวทของศัตรู ที่ฆ่า Defender ได้ง่ายๆ ถ้าเห็นพวกนี้ อาจส่ง Guard หรือ Vanguard ไปฆ่าก่อนถึงระยะโจมตี

Sniper

  • สายธนู ส่วนใหญ่ยิงเร็ว ไกล และเป็นกายภาพ มี Cost น้อย-กลาง
  • แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ ยิงโดรนก่อน และกลุ่ม AOE
  • บางตัวยิงกระจายได้, มียิงพิษ, ช้า หรือ ยิงไกลกว่าปกติและอื่นๆ ขึ้นกับตัวยูนิต เหมาะกับฉากที่ต่างกันไป
  • บางตัวเล็งตัวบินก่อน จำเป็นสำหรับด่านที่เจอตัวบิน ถ้าไม่มีจะกันพวกโดรนยาก
  • เนื่องจากโจมตีเป็นกายภาพ มักมีปัญหากับตัวป้องกันเวท

Medic

  • สายฮีล ที่จำเป็น อาชีพอื่นอาจไม่ต้องลงในสนาม แต่ Medic เป็นตัวที่ขาดไม่ได้ในทีม
  • ควรมีอย่างน้อย 2 ตัวเสมอ เพราะบางฉากต้องแยกเป็น 2 โซนกระจายกันไป และบางฉากอาจต้องใช้ถึง 3
  • ฮีลได้อย่างเดียว ไม่สามารถโจมตีได้
  • มีสองสายหลักๆ คือ ฮีลเป้าหมายเดียว แรง ไกล กับ ฮีลเป็นกลุ่ม แต่เบาและใกล้ ควรมีทั้งสองแบบในทีม
  • ความแรงในการฮีลขึ้นกับ Atk และความถี่ขึ้นกับความเร็วในการโจมตี ดังนั้นพวกดาวสูงจะค่อนข้างฮีลแรงมาก ช่วยพวก Melee ได้ดีกว่า
  • TIP: ส่วนใหญ่ Cost ค่อนข้างสูง จึงต้องดูสถานการณ์ให้ดีว่าควรลงตรงไหน และจุดไหนถึงฮีลได้ครอบคลุม

Caster

  • พวกโจมตีเวท (Art Damage) ยิงแรง โจมตีไกลและไม่สน DEF แต่ลดจาก Res ได้
  • เทียบกับพวกสไนเปอร์ แคสเตอร์ จะยิงใกล้ และช้ากว่า แต่ยิงแรง
  • แบ่งเป็นสองสายใหญ่ๆ คือ เวทเป้าเดียว ที่ Cost ราวๆ เกือบ 20 กับ เวทหมู่ โดยทีละหลายตัว ที่มี Cost ราวๆ 30

Supporter

  • คลาย Caster แต่โจมตีเบากว่า เป็นตัวเสริมที่เหมาะกับบางฉาก หรือเล่นคู่กับบางยูนิต
  • แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ทำให้อีกฝ่ายช้า (CC), บัฟและดีบัฟ กับ สาย Summon
  • ช่วงแรกไม่ต้องรีบเลเวลกลุ่มนี้ เพราะไม่ได้จำเป็น ทำความเข้าใจเกมไปสักระยะจะเริ่มเข้าใจว่ากลุ่มพวกนี้จะช่วยได้แค่ไหน และเหมาะกับเล่นคู่ตัวไหน

Specialist

  • แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ผลักศัตรู, ดึงศัตรู, กลับมาลงสนามไว (Cost ต่ำ) และ พวกมีสกิลเฉพาะหลายอย่าง (เช่น สโลว์ สตั๊น มองเห็นตัวหายตัว ในตัวเดียว)

จัดทีมพื้นฐาน

ภาพจาก: Just3c

ช่วงแรกการวางตำแหน่งไม่ค่อยพลิกแพลงมาก ส่ง Vanguard ไปบล็อกศัตรูแล้วคอยสนับสนุนจาก Sniper, Medic แล้วค่อยส่งพวก Defender ไปกัน ตามด้วย Caster

หลังๆ จะเริ่มต้องใช้ความคิดมากขึ้น เพราะอาจมีทางที่ต้องบล็อค 3-4 ทางขึ้นไป ศัตรูฝูงใหญ่ พวกกันเวท/กายภาพ มีบอสที่ฆ่ายาก มีศัตรูโจมตีไกลมาก ค่อยๆ จัดทีม ศึกษากันไป

โดยพื้นฐาน 12 ตำแหน่ง 6 ตัวแรก ควรเป็น

  • 1 Vanguard
  • 1 Defender
  • 2 Medic
  • 1 Sniper (โจมตีตัวบิน)
  • 1 Caster

อีก 6 ตัวลองเสริมความความเหมาะสม ถ้านึกไม่ออกก็

  • 1 Caster (AOE)
  • 1 Sniper
  • +1 Vanguard
  • +1 Defender
  • 2 Guard
  • 2 Supporter หรือ Specialist (หรือ เพิ่ม Guard / Medic อย่างละ 1)

ทั้งนี้ก็ดูตามความเหมาะสม บางฉากเจอโดรนเยอะ อาจเพิ่ม Sniper เป็น 3-4 หรือบางฉากพวกถือโล่เยอะ อาจเพิ่มตัวเวทเข้าไป

ยูนิตถ้ายังขาดๆ ก็ใช้พวก 2-3 ดาว ที่ได้มาฟรีก็ได้ ซึ่งมีประโยชน์ทุกตัว อาจอัพเลเวลไว้สัก 30 (ไม่เปลืองมาก) ถ้าได้ตัวที่ดีกว่ามาค่อยเปลี่ยน

ตัวแนะนำ (3-4 ดาว)

  • Shaw (Special, 4 ดาว) สามารถผลักศัตรูได้ บางฉากที่ไม่มีที่กั้นขอบฉาก สามารถทำให้ศัตรูตกเหวและตายทันทีได้
  • Melantha (Guard 3 ดาว) มี HP-ATK สูง Cost ต่ำ เหมาะกับส่งไปกำจัดศัตรูตรงๆ
  • Rangers (Sniper 2 ดาว) ถึงดาวน้อย แต่โจมตีพวกตัวบินแรง 50% ควรอัพเลเวลเต็ม 30 (เลื่อนขั้นไม่ได้) จะกลายเป็นยูนิตที่ใช้ได้ดีในช่วงแรก ถึงไม่ได้ใช้หลังๆ แต่ทรัพยากรเสียไปน้อยมาก
  • Kroos (Sniper 3 ดาว) / Jessica (Sniper 4 ดาว) ตัวเลือกที่ดีกว่า Rangers ใช้งานได้ดี Kroos Cost น้อยกว่า แต่เป็นได้แค่ E1 ในขณะที่ Jessica เลื่อนถึง E2 แต่ออกมาช้ากว่า
  • Fang (Vanguard 3 ดาว) Cost ต่ำ แต่ Def สูง ลด Cost ตัวเองได้ ซึ่งทำให้ลงสนามได้เร็ว

TIP: สำหรับผู้เล่นใหม่ ควรมียูนิต 3 ดาวอย่างน้อย 2 ตัวในทีม ซึ่งจะผ่าน Mission Board ได้ง่าย

SHARE