Arknights Global Tier Lists (Update: 4/20)

7868

Arknights เป็นเกมแนว TD ที่ขึ้นชื่อว่า “Tier List ไม่ค่อยมีความหมาย” และ “เน้นตัว Waifu (หรือ Husbando) ดีกว่า” แต่เวลาเล่นจริง ไม่ว่าเกมไหนๆ ทุกยูนิตก็มีข้อดี ข้อเสีย ของตัวเองเสมอ แถม EXP กับเงินที่ได้แต่ละวันก็มีจำกัด ไม่พอเลี้ยงสาวๆ ทั้งกองทัพ ทำให้เกิดคำถามว่าควรปั้นยูนิตไหนก่อน-หลัง มี Tier Lists ช่วยก็พอทำให้เข้าใจเกมได้เร็วขึ้นว่า ควรจัดทีมอย่างไร

เทียร์ลิสต์มีหลายเวอร์ชั่น ตามความเห็นของเกมเมอร์ที่เล่น Arknights มาเป็นปีที่แตกต่างกันตามความถนัดและการอัพเดตของเกม ผมเลยหยิบมาเวอร์ชั่นหนึ่งที่ดูค่อนข้างเข้าใจง่าย มาอธิบาย

จุดแตกต่างของตัว 1-6 ดาว

  • 6 ดาว เลื่อนขั้นได้ถึง E2, LV 90 มีให้เลือก 3 สกิล, มี 2 Talent
  • 5 ดาว เลื่อนขั้นได้ถึง E2, LV 80 มีให้เลือก 2 สกิล, มี 1 Talent (บางตัว 2)
  • 4 ดาว เลื่อนขั้นได้ถึง E2, LV 70 มีให้เลือก 2 สกิล, มี 1 Talent
  • 3 ดาว เลื่อนขั้นได้ถึง E1, LV 55 มี 1 สกิล, มี 1 Talent
  • 1-2 ดาว เลื่อนขั้นไม่ได้ เลเวลสูงสุด 30, มี 1 สกิล, มี 1 Talent

หมายเหตุ

  • เป็น Tier Lists เวอร์ชั่นแรกของเซิร์ฟเวอร์ Global ช่วงมกราคม 2020 จะแตกต่างในเวอร์ชั่นหลังๆ
  • T0 = เทพ, T1 – T2 = เก่ง, พวก T3-T4 = พอใช้ได้ แต่ถ้ามีตัวดีกว่าอาจไม่ต้องปั้น
  • พวก 2-3 ดาว ใช้งานดีในช่วง 1 เดือนแรกที่เริ่มเล่น หลายตัวคุ้มค่าน่าปั้น

Update (2/20): เพิ่ม Grani / Skadi / Beehunter / Nightmare / Midnight / Catapult
Update (6/3/20): ตารางเวอร์ชั่น 3 Link
Update (31/3/20): ตารางเวอร์ชั่น 4 (ที่มา)

อธิบายคร่าวๆ

Sniper (เป้าเดียว)

T0: Exusiai (6 ดาว)

ตัวท็อปที่ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ สกิลยังแรง ทั้งบัฟ Cost ไม่สูง ยิงแรง

T1: Blue Poison (5 ดาว) / Platinum (5 ดาว)

Blue Poison ยิงแบบติดพิษและโดนหลายเป้าหมายได้ ใช้ได้ยืดหยุ่น ส่วน Platinum หลัง Elite จะยิงไกลขึ้นมาก (ระยะ 5X3) ถึงยิงช้าลงแต่แรงขึ้น มีผลตลอดเวลา

T2: Meteor (4 ดาว) / Jessica (4 ดาว)

Meteor มีดีบัฟลด Def ถึงสองสกิลเหมาะกับสู้พวกถึก ส่วน เจสซิก้า ถ้าปลด Elite จะมีสกิลเพิ่มโอกาสหลบกายภาพและเวทถึง 75% ทำให้โอกาสรอดจากพวกโจมตีไกลสูง

T3: Kross (3 ดาว)

ตัวใช้งานดี โปรโมทได้ตั้งแต่เริ่มเกม พอใช้แทนพวก 4 ดาวไปได้สักระยะ ถ้าเริ่มเบื่อเสียง Kokodayo! ค่อยเปลี่ยนเป็นตัวอื่น

T4: Adnachiel (3 ดาว) / Ranger (2 ดาว)

ตัวดาวต่ำเหมาะกับบางภารกิจ Cost ต่ำ อัพ Talent เร็วอย่าง Ranger ยิงตัวบิน +50% และ Adnachiel ที่เล็งพวกตัวยิงไกลได้ก่อน แต่โปรโมทไม่ได้เลย Stat น้อย ระยะยาวไม่ค่อยน่าใช้ อัพไว้ใช้ด่านแรกๆ พอได้อยู่

Sniper (AOE)

T1: Meteorite (5 ดาว)

ยิงทั้งแรงและกระจาย สกิล 2 ตอนขึ้น Elite ลด Def ศัตรูได้นาน

T2: Shirayuki (4 ดาว)

มีสกิล 1 เพิ่มโจมตีไกลอีก 2 ช่อง และหลัง Elite 1 โจมตีซ้ำแบบต่อเนื่อง ทำให้ศัตรูเคลื่อนที่ช้าลงเล็กน้อยแบบต่อเนื่อง

T3: Catapult (3 ดาว)

มีสกิลเพิ่มระยะการโจมตีให้ไกลขึ้น

SP: Firewatch (5 ดาว) / Provence (5 ดาว)

กลุ่มยิงแรง แต่ดีตามสถานการณ์

Caster (เป้าเดียว)

T0: Eyjafjalla (6 ดาว)

ตัวท็อปที่บัฟสายเวทได้ ลดความสามารถป้องกันเวทศัตรู และสกิลหลัง Elite 2 ยังโดนหลายเป้าพร้อมกัน ซึ่งเห็นผลมากในด่านหลังๆ

T1: Amiya (5 ดาว)

ตัวเริ่มต้น แต่ใช้ดีมากแบบเกินคาด ใช้ได้ยาว หลัง Elite 2 จะได้ทาเลนท์บูสต์ SP ให้ตัวเองที่เห็นผลมา ด้านสกิลก็โหดอยู่ ขึ้นกับสถานการณ์

T3: Nightmare (5 ดาว) / Haze (4 ดาว) / Steward (3 ดาว)

ไนท์แมร์ เด่นตรงสกลิ 2 สโลว์เป็นกลุ่มแล้วตอดเลือดแบบไม่สนพลังป้องกัน เป็นตัวใช้ดีในอนาคตโดยเฉพาะอีเวนต์โหดๆ แต่ศัตรูอ่อนเกินเลยไม่ค่อยมีประโยชน์ เก็บไว้แล้วเลี้ยงตัวอื่นก่อนจะดีกว่า

T4: Dulin (2 ดาว)

Caster (AOE)

T0: Ifrit (6 ดาว)

ตัวโจมตีเวทสายเส้นตรง แรงมาก ไม่สนตัวข้างๆ ผลเรื่องระยะทำให้จำกัดพื้นที่ใช้งานไปพอสมควรเช่นกัน จึงเหมาะกับการดักในเส้นตรงที่บอสวิ่งเข้ามา

T1: Skyfire (5 ดาว)

ตัวเวทสาย AoE ที่มีสตั๊นหมู่ในสกิล 2 แล้วยังทำให้ดาวตกร่วงมาเรื่อยๆ เพื่อหยุดต่อเนื่อง ใช้งานดีมาก

T2: Gitano (4 ดาว)

ตัวโจมตีหมู่ สกิลสองโจมตีโดนทุกตัวในระยะไกลต่อเนื่องถึง 30 วินาที แต่แลกมาด้วยการสตั๊นหลังหมดผลสกิลนาน

T3: Lava (3 ดาว)

T4: 12F (2 ดาว)

Guard (Multi Block)

T0: Silverash (6 ดาว)

ตัวโหดที่ยิ่งปลดสกิลยิ่งเก่ง มีโหมดสู้ใกล้-ไกล สามารถตีไกลกว่าปกติได้แต่เบาลงเล็กน้อย ทำให้ศัตรูในระยะโจมตีไม่สามารถซ่อนตัวได้ สกิลลูกเล่นเยอะตัวหนึ่ง โดยเฉพาะสกิล 3 ที่โจมตีไกลและแรงขึ้น แล้วยังโดนเป็นกลุ่มโดยไม่ถูกลดความแรง

T1: Lappland (5 ดาว)

มีสกิลเฉพาะผนึกสกิลศัตรู ทำให้มอนสเตอร์แสบๆ บางตัวไม่สามารถใช้สกิลได้ ตีไกลเป็นเวทมนตร์ได้

T2: Frostleaf (4 ดาว)

T3: Dobermann (4 ดาว) / Midnight (3 ดาว)

Guard (Single Block)

T1: Skadi (6 ดาว)

ตัวเดี่ยวบอสตัวต่อตัวที่โหดเป็นพิเศษ

T2: Franka (5 ดาว) / Matoimaru (4 ดาว) / Melantha (3 ดาว) / Indra (5 ดาว) / Mousse (4 ดาว)

Franka พลังโจมตีและป้องกันดูสะดุดตา เด่นเรื่องการทะลวง Def แต่บล็อคได้ตัวเดียว และการฆ่าตัว Def เยอะใช้ทีมเวทแทนได้ จึงไม่โดดเด่นมากนัก

Indra มีอัตราหลบหลีก ตีแรง ดูดเลือด ค่อนข้างยืดหยุ่นและลดภาระตัวฮีลไปได้พอสมควร สกิลสองเปลี่ยนเป็นโจมตีเวทก็สู้พวกถือโล่ได้ดี โดยเฉพาะบอส แต่ไม่ได้ตีแรงมากและบล็อคได้แค่ 1 ตัว จึงต้องประยุกต์ใช้งานให้ดี

T3: Beehunter (4 ดาว)

ตัวต่อยรัวมาก ยิ่งต่อยซ้ำเป้าเดิมยิ่งแรง แต่ไม่ได้โหดมากมาย

Guard (AOE)

T1: Specter (5 ดาว)

ตัวพลังชีวิตสูง ฟื้นฟูเลือดได้ ตีกวาดโดนทุกตัวที่บล็อค สกิลสองทำให้เป็นอมตะชั่วขณะและ E2 ฟื้นฟูเลือดให้ตัวเองได้

T3: Savage (5 ดาว) / Estelle (4 ดาว)

SP: Castle-3 (1 ดาว)

Defender (Tank)

T0: Hoshiguma

ตัวบล็อคที่โจมตี 1 ช่อง นอกจากถึกแล้ว ยังโจมตีศัตรูได้ด้วยความแรงที่พอสมควร สกิลสองสะท้อนความเสียหายแบบติดตัว สกิลสามเน้นความแรงโจมตีและถึกขึ้นมาก

T1: Liskarm / Croissant / Cuora

ตัวบล็อคที่ดีไปคนละอย่าง โดยเฉพาะ Cuora ที่สามารถแลกได้ใน Store ตั้งแต่ต้นเกม ใช้งานดีมาก, Liskarm เร่ง SP ตนเองและเพื่อนได้ ทั้งสกิล 1-2 เพิ่มจากจำนวนครั้งที่โดนโจมตี ทำให้อาจเพิ่มได้เร็วมากขึ้นกับจำนวนศัตรู สกิล 2 เปลี่ยนเป็นโหมดโจมตี พร้อมมีโอกาสสตั๊นทีละหลายตัว Croissant มีทีเด็ดตรงสกิล 2 ที่ผลักพร้อมสตั๊นนานสุดอาจถึง 4 วินาที

T2: Matterhorn

T3: Beagle

T4: Noir Corne

Defender (Medic Tank)

T0: Saria

สกิลสองฮีลหมู่ได้ในระยะ 2 ช่องรอบตัวและแรง หรือเลือกใช้สกิลสาม ฮีลต่อเนื่อง ใช้ดีบัฟศัตรูให้โดนเวทและเดินช้าลงได้ ผลจาก Talent ยังทำให้ตัวที่ฮีล ได้ SP เพิ่มทีละ 1

T1: Nearl

มี 2 Talent ที่เพิ่มผลการฮีลตนเอง และ คนอื่น สกิล 2 หยุดโจมตีชั่วคราวแล้วบัฟโจมตีตัวเองเพื่อฮีลคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ สวมบทฮีลเลอร์ค่อนข้างเต็มตัว

T2: Gum (Гум)

ตัวที่ได้จากแพ็คเกจราคาถูก ทั้งสตั๊นศัตรูและฮีลเพื่อนได้

T4: Cardigan

SP: Vulcan

Vanguard (Skill Up)

T0.5: Siege (6 ดาว)

บัฟแวนการ์ดตัวอื่น แล้วยังเพิ่ม SP ไวจากศัตรูที่ตายใกล้ๆ โจมตีได้แรง

T1: Texas (5 ดาว) / Zima (5 ดาว)

Texas สกิลสองเป็นสตั๊นหมู่กว้าง 2 ช่อง นานถึง 2 วินาที Zima เน้นลด DP และบัฟพรรคพวกแวนการ์ด ดีไปคนละอย่าง

T2: Scavenger / Courier

T3: Vanilla / Fang

T4: Yato

Vanguard (Kill CP)

T2-T3: Vigna / Plume

พวกฆ่าแล้วได้ CP ช่วงแรกถือว่าตีแรงอยู่ เวิร์คในบางฉาก แต่หลังๆ พอศัตรูถึกจะเริ่มไม่ค่อยเด่น

Medic (Single Target)

T1: Shining / Silence / Warfarin

พวกฮีลที่ดีไปคนละอย่างตามสถานการณ์ Shining เน้นกายภาพและมีสกิล 2 ฮีลเพิ่มเกราะ ส่วน Silence ฮีลรัว แล้วเรียกโดรนมาช่วยฮีลในตำแหน่งที่ต้องการได้ Warfarin เป็นตัว 5 ดาวสายฮีลเดี่ยว ที่เก่งพอๆ กับ 6 ดาว Talent ทั้งเพิ่ม SP ให้ตนและพรรคพวกได้ สกิลแรกฮีลตัวที่เลือดลดเยอะ ตาม HP ของเป้าหมายได้

T2: Myrrh / Gavial

T3: Hibiscus / Ansel

Medic (Multi Target)

T0: Nightingale / Ptilopsis

ตัวท็อปที่ดีไปคนละอย่าง ไนติ้งเกล ช่วยกันเวทได้ดี ถ้าสกิลถึงขั้น 3 จะมีตัวล่อเป้า ส่วน Ptilopsis เร่งอัตราฟื้น SP ทั้งสนาม 0.15-0.3 ต่อวินาที

T2: Perfumer

สกิลฮีลติดตัวได้ทั่วสนามในทุกวินาที แต่เบามากช่วงแรกแค่หลักหน่วย จึงพึ่งพาไม่ได้มากนัก

SP: Lancet-2

ตัวฟรีดาวเดียว แต่ใช้งานได้จริง ทั้ง Cost ต่ำแล้วยังฮีล 200+ ทั้งสนามตอนลงมา แถมไม่สน Limit ตัวที่ลงสนามได้

Support (CC / Buff-Debuff  / Summon)

CC T1-T4: Angelina / Истина (Istina) / Earthspirit / Orchid

กลุ่มที่ลดความเร็วศัตรูได้ ส่วนใหญ่ดาวสูงก็มีประโยชน์เยอะ Angelina ตัวซัพพอร์ตที่มีทั้งฮีล สโลว์ สกิล 2-3 ถ้าไม่กดใช้จะช่วยฟื้น HP ในสนามได้ สกิลสองบัฟโจมตีเร็วมากชั่วขณะ ส่วนสกิลสามจะสวมบทเป็น AoE โจมตีหมู่, Istina โจมตีสโลว์แบบเน้น DPS สกิล 2 ทำให้โจมตีรอบตัวได้ไกลขึ้นในรอบทิศ เหมาะกับบางฉาก ถึงความสามารถจะดี แต่ไม่มีสกิล AoE หรือ Debuff พรรคพวก ใช้แคสเตอร์อาจจะดีกว่า จึงเหมาะกับฉากที่ต้องการตัวสโลว์ใส่พวกบอส

Buff/Debuff T1: Pramanix / Sora

พวกมีประโยชน์ในด่านหลังๆ มีบัฟและดีบัฟเยอะ เหมาะกับพวก Stat สูง แต่ไม่ค่อยเด่นในช่วงแรกของเกม

Pramanix สลายลดพลังศัตรูให้โดนหนักขึ้น เมื่อเป็น E2 ระยะโจมตีจะเพิ่มเป็น 2 ช่อง ยกเว้นด้านหลัง ทำให้ระยะดีบัฟกว้างขึ้น เหมาะกับด่านยากๆ ในอนาคต แต่ใช้งานแพตช์แรกๆ ไม่ค่อยจำเป็น

Sora ตัว DP น้อยมาก ลงมาบัฟและหยุดเป็นหลัก หรือเลือกสกิลสองไปทางบัฟให้แบบแรงสุดๆ สกิลใช้ได้ค่อนข้างต่อเนื่องแต่ต้องวัดดวงกับ Talent นิดนึง เป็นตัวมีประโยชน์ในด่านยากๆ

Summon T1/T3: Mayer / Deepcolor

พวกเรียกซัมม่อนมาป่วน ถ้าคุมตำแหน่งตัวที่เรียกออกมาดีๆ ช่วยได้เยอะ Mayer มีโดรนแบบระเบิดตัวเองแล้วสตั๊นโดยรอบได้ ทำให้น่าใช้พอสมควร

Specialist (Utility / CC / Push-Pull)

กลุ่มนี้แบ่งลำดับยาก เพราะใช้ได้ดีในบางฉาก แม้แต่ในช่วงหลัง ขึ้นกับความถนัดของแต่ละคน

Projekt Red: คล้าย Gravel แต่สถานะดีกว่า เมื่อลงสนามสามารถสตั๊นรอบตัวได้

Gravel: ตัวที่ตายหรือขายทิ้งแล้ว จะกลับมาสนามได้ไวมาก เหมาะกับฉากที่ต้องการตัวไปขวาง อัพจาก Potentials เต็มค่อนข้างง่ายจากระบบ Recruit

Manticore: ระหว่างไม่โจมตีจะไม่ตกเป็นเป้าของตัวยิงไกล มีทั้งทำให้ช้า (S1) และสตั๊น (S2) โจมตีทุกตัวในระยะรอบๆ แสบระดับ 6 ดาว

Feater: หาได้จากร้านเครดิตในเกม มีสกิลผลัก แล้วทำให้ช้าลง ตัวเองยังหลบหลีกได้ดี

Shaw: ตัวฟรี ในท้าย Episode 1 มีสกิลผลัก ใช้งานดีในฉากที่มีเหว สามารถฆ่าศัตรูได้ทันทีที่ผลักตกเหว

Cliffheart: ตัวฟรีเข้าเกม 7 วัน ดึงศัตรูมาหาได้ทีละหลายตัว และมีสตั๊น

Rope: ตัวตรงข้ามกับ Shaw ดึงศัตรูเข้ามาหา เหมาะกับการฆ่าพวกตัวยิงไกลอีกฝ่าย ยิ่ง Elite ดึงได้ไกลจากจุดที่ยืนอีก 4 ช่องให้เข้ามาหา

วิเคราะห์สกิลตัวละคร

ตัวละครระดับท็อป ตามคลาส

สำหรับตัวละคร Event แรก 5-19 ก.พ. ดูได้ที่

Grani / Skadi / Midnight / Nightmare / Beehunter

ข้อมูลสกิลตัวละคร (Eng)

https://aceship.github.io/AN-EN-Tags/akhrchars.html

ที่มารูป:

V.3 https://imgur.com/DtYILAK
V.2 https://gofile.io/?c=WlYFUP
V.1 https://imgur.com/I08bpko

SHARE