คลิปสรุปเนื้อเรื่อง The Evil Within 1 ใน 5 นาที (รวม DLC)

สรุปเนื้อเรื่อง The Evil Within ภาคแรกใน 5 นาที รวมภาค DLC โดย IGN สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกม The Evil Within และสงสัยเหตุการณ์ที่เกิดในภาคสอง สรุปเนื้อหาคลิปด้านบนใน 5 นาทีได้ตามด้านล่างนี้

ในอดีต เซบาสเตียน เสียลูกสาววัย 5 ขวบ ลิลลี่ ไปจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน ส่วนภรรยา ไมร่า (Myra) ได้หายสาปสูญไป สร้างความเสียใจให้กับเขา จนเริ่มเหตุการณ์ในภาคแรก เซบาสเตียน กับคู่หู โอดะ โจเซฟ และรุ่นน้อง จูลี่ คิดแมน ได้มาที่โรงพยาบาลจิตเวช Beacon

ภายหลังคนที่สร้างความปั่นป่วน คือ รูวิค (Ruvik) โดยพวกเขาติดอยู่ในอุปกรณ์ที่เรียกว่า STEM มี Core เป็นแก่นกลางที่สร้างโลกเสมือนขึ้นมา เขาต้องพบปัญหาจากการโดนทำให้ปั่นป่วน จนได้ทราบอดีตของรูวิคเคยเสียพี่สาวตนไปจากเพลิงไหม้ เขาสร้าง STEM ขึ้นมาโดยหวังจะหนีจากความเป็นจริง องค์กร Mobius ต้องการใช้ STEM จึงฆ่ารูวิค และใช้สมองเขาเป็นแก่นกลางของ STEM แต่รูวิคปรากฏตัวขึ้นในนั้นและฆ่าทุกคนที่ย่างกรายเข้ามาในโลกของเขา

อย่างไรก็ตาม มีเด็กชายคนหนึ่ง เลสลี่ ที่เคยกลับออกมาจาก STEM ได้ ทำให้เชื่อว่าเขามีความสามารถบางอย่างที่ป้องกันรูวิค และ Mobius ต้องการให้เขาเป็น Core คนใหม่ของ STEM ในขณะที่รูวิคต้องการร่างเลสลีย์เพื่อกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ระหว่างเดินเรื่องคู่หู โจเซฟ ได้ตายต่อหน้าเซบาสเตียน (ดูเพิ่มเติมในภาค 2)

ใน DLC 2 ตอนแรก “The Assignment” และ “The Consequence” กล่าวถึง ด้านของคิดแมนที่แฝงตัวมาเป็นพวกนักสืบ หัวหน้าองค์กรให้ฉีดเซรุ่มป้องกันความสามารถของรูวิค เป้าหมายชิงตัวเลสลี่ย์กลับออกมาจากที่นั่น เธอเปลี่ยนใจที่จะสังหารเลสลีย์เพื่อหยุดแผนของรูวิคที่จะกลับสู่โลกความเป็นจริง แต่เซบาสเตียนที่ไม่ทราบรายละเอียดขวางไว้ จนเลสลีย์ตกในมือของรูวิค

ตอนจบภาคแรก เซบาสเตียนทำลายสมองของรูวิคที่เป็นแก่นของ STEM สำเร็จ จนกลับออกมาจาก STEM ได้ คิดแมนช่วยหลอกคนอื่นในองค์กรว่าเขาตายไปแล้ว เมื่อเซบาสเตียนออกจากที่เกิดเหตุ Beacon ได้พบเลสลีย์เดินจากไป เซบาสเตียนรู้สึกเหมือนตอนรูวิคอยู่ใกล้ๆ ทำให้ทราบว่าคนที่เห็น คือ รูวิค กลับมาสู่โลกความเป็นจริงสำเร็จ

เนื้อหาของภาค 2

The Evil Within 2 เนื้อเรื่องและฉากจบ

คัตซีนทั้งหมดภายในเกม The Evil Within 2 ตั้งแต่ต้นจนจบเกมภาคสอง ความยาวรวมเกือบ 6 ชั่วโมง (ไม่รวม Gameplay)

เนื้อเรื่อง Chapter 1 – 6: THE EVIL WITHIN 2 เนื้อเรื่อง+เกมเพลย์ Part 1 (6 ชั่วโมงแรก)

ช่วงเหตุการณ์สำคัญในคลิปด้านบน (Spoiler Alert)

2:20:00 Chapter 7 ช่วยเจ้าหน้าที่ Sykes หนึ่งในโปรแกรมเมอร์ของ STEM ไปต่อจนพบ Obscura ขวางอีกครั้ง

2:32:00 เปิดทางเข้าสู่โรงละครได้สำเร็จ

2:35:30 ปะทะกับบอสสเตฟาโน่ (Stefano) สู้จนล้มเขาได้

2:46:00 พบลิลลี่ แต่เธอเข้าใจว่าเราตายไปแล้วจึงหลบซ่อนเราในโรงละคร จนไมร่า (Myra) ปรากฏตัวและพาเธอไป เราฟื้นบนโต๊ะที่ทำงานและทราบว่าคิดแมนพูดไว้ น่าจะหมายถึง ไมร่า ที่รอเราอยู่ (เริ่ม Chapter 9)

2:49:00 กระจกหายไปและพบสัญลักษณ์กับแท่นบูชาแปลกๆ แทน ที่พาเขาไปในสถานที่อื่น จนได้พบ สาธุคุณ ธีโอดอร์ (Theodore, Shepa Theodore Wallace) ที่ชวนให้เขาเป็นพวกเพื่อชนะพวกไมร่าและได้ลิลี่กลับมา เขาต้องการ Core เซบาสเตียนปฏิเสธจึงถูกเล่นงานด้วยพลัง

3:00:00 เริ่ม Chapter 10 เขาได้รับการช่วยเหลือจากผู้หญิงที่ไม่รู้จัก จนรอดจากฝูงศัตรู เธอชื่อ เอสเมอรัลด้า ตอเรส (Esmeralda Torres) เธอถูกส่งมาโดยคิดแมน พาเราไปเซฟเฮาส์

3:29:20 พบตนเองใน STEM จึงหลังยิงปลดปล่อย ทำให้เขาหายเจ็บปวดและทุกอย่างดีขึ้น

3:33:00 ยูคิโกะพบสาวกของธีโอดอร์ที่ใช้ปืนไฟ เมื่อเปิดหน้ากากจึงทราบว่าเป็น โอนีล ที่หน้าถูกไฟลวก ตกเป็นสาวกของเขาจึงต้องสังหาร เขาได้สติและขอบคุณเราที่หลุดพ้นจากเสียงของเขา โอนีลบอกเรื่องที่เขาอยู่อีกมิติ ซึ่งต้องทำลายเครื่องจักรที่ใช้ซ่อนตัวธีโอดอร์ ก่อนจะสิ้นใจ จึงต้องไปทำลายเครื่องจักรเพื่อพบศัตรู เขาพยายามโน้มน้าวเราให้เป็นพวกโดยอ้างลิลลี่ เมื่อยิงกลับยิงโดนตอร์เรสแทน เธอพยายามช่วยเราที่ไม่ได้สติ จนถูกเล่นงานโดยพวกฝูงศัตรู

4:00:00 หลังได้พบไมร่าและได้สติ ตอร์เรสตาย ยูคิโกะให้กำลังใจเขาและออกไปสู้กับศัตรูต่อ ภายใน STEM เริ่มปั่นป่วน เขามุ่งหน้าไปที่ฐานของศัตรู คิดแมนติดต่อมาอีกครั้ง

4:06:10 พบ Sykes ที่ปลอดภัย เขาหาวิธีออกได้แต่เซิร์ฟเวอร์ขาดพลังงานต้องให้เขาช่วย จนใช้เครื่องมือออกไปและได้ทราบวิธีใช้เครื่องมือ แต่มีเสียงโอเปอเรเตอร์ที่บอกเรื่องโอกาสรอดเพียง 25% ทำให้รู้สึกเสี่ยงที่จะให้ลิลลี่ใช้ทางนี้หนีออกจาก STEM

4:23:20 ระหว่างดูสไลด์หลายภาพต่อเนื่อง จนภาพสุดท้าย เมื่อเห็นภาพ โอดะ โจเซฟ (ภาค 1) เขาขอโทษที่ตนมีส่วนทำให้โจเซฟตาย แต่คิดแมนบอกว่าความจริงเขายังไม่ตาย แต่ไว้จะเล่าในภายหลัง

4:24:30 ยูคิโกะแนะนำอุปกรณ์ที่ใช้ฝ่าเปลวไฟเข้าไปในฐาน เธอช่วยเราเขาไปแต่ศัตรูมาจับไว้ เธอให้เราไปต่อก่อนโดนเปลวไฟเล่นงาน

4:38:00 ภาพลวงตาลิลลี่ใช้ไม่ได้ผลกับเซบาสเตียนอีก ตอร์เรสใช้ฝันร้ายของเขาให้กลับมาหลอกหลอน จนสามารถเล่นงานธีโอดอร์ได้ แล้วโดนไมร่าจัดการ เธอพูดเรื่องปกป้องลิลลี่ก่อนใช้พลังทำลายฐานของธีโอดอร์และเกิดความเปลี่ยนแปลงใน STEAM อีกครั้ง

4:48:00 เริ่ม Chapter 15 ออกตามหาไมร่าจนพบ แต่เธอเหมือนคุมตัวเองไม่ได้ และให้เขาออกไป ตามเธอไปเรื่อยๆ เธอเริ่มบอกกังวลที่เราจะทำให้ลิลลี่เจ็บ จนใช้พลังอีกครั้ง และได้เห็นบ้านตนในแดนที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน

4:58:12 Chapter 16 ระหว่างทางได้ทราบเรื่องราวในอดีตตอน ไมร่า ธีโอดอร์ พบกันและแผนการ

5:02:00 สนทนากับไทเทียน่าครั้งสุดท้าย เธอพูดเรื่องเซบาสเตียนจะไม่ต้องการเธออีกแล้ว แต่ไม่บอกรายละเอียด

5:05:00 พบไมร่าที่หน้าบ้านหลังใหม่ จนเธอกลายเป็นสัตว์ประหลาด หลังชนะเธอให้เราไปหาลิลลี่ก่อน

5:19:30 เมื่อใกล้พบลิลลี่ อีกด้านหนึ่ง ผู้นำองค์กรต้องการ Core และเตรียมทีมแพทย์ให้ฆ่าเซบาสเตียน (Marker) ทันที คิดแมนไม่ต้องการทำตามคำสั่งและใช้ปืนที่ซ่อนไว้ต่อสู้ ด้านเซบาสเตียนพบลิลลี่และไมร่า เธอให้พาลูกหนีไปที่ทางออก

5:29:20 คิดแมนฝ่ายพวกยามไปหาเซบาสเตียน ตั้งโปรแกรมต่อหน้าหัวหน้าตนที่ขู่ฆ่าเธอ ถึงสั่งทำลายเธอด้วยชิบที่ฝังไว้แต่เธอผ่าออกไปเมื่อสามวันก่อน เมื่อเซบาสเตียนหนีไปถึงจุดนัดพบ ด้านคิดแมนทำให้เขากลับมาได้และหยุดการทำงานของ STEM ทั้งยามและหัวหน้าเธอตายทันที หลังปลุกลิลลี่ได้ คิดแมนขอบคุณไมร่าที่ช่วย แล้วพากันออกจากห้อง STEM ภายหลัง เซบาสเตียนและลิลลี่ ได้ขับรถจาก คิดแมน ไป

5:40:10 ทิ้งท้าย มอนิเตอร์ในห้อง STEM ทำงานอีกครั้ง ก่อนดับไป

บอสตัวสุดท้ายและฉากจบ (เหมือนคลิปบน)

The Evil Within 2 วิธีหนีบอส Chapter 5 แบบไม่ต้องสู้

วิธีเก็บ Achievement หรือ Trophy ชื่อ Sometimes Fighting Isn’t the Answer จากบอส Chapter 5 ซึ่งปกติเราจะต้องสู้กับบอสตัวนี้หลังจบคัตซีนอย่างไม่มีทางเลี่ยง แต่ความจริงที่มีทางลับซ่อนอยู่ในฉากเอาไว้สำหรับหนีบอสตัวนี้ได้ โดยไม่ต้องเสียกระสุนและยาฟื้นพลังในการต่อสู้

วิธีการก็ตามคลิป เจอบอสก็วิ่งไปทางซ้ายระเบิดถังน้ำมันแดงที่เหมือนไม่มีประโยชน์แต่สามารถทะลุไปต่อถึงด้านหลังของ Union City Hall ได้ ตามด้วยทำลายลังที่ระเบิดได้ เก็บกับดักระเบิดระหว่างทาง แล้วรีบพังประตูเข้าไปด้านในของอาคาร ก็จะหนีบอสพ้นโดยไม่ต้องเปลืองทรัพยากร และได้ Achievement อีกต่างหาก

ทั้งนี้ตอนเล่นจริงอาจลำบากกว่า เพราะบอสอาจไม่พลาดแบบช่วงท้ายคลิป อาจเหลือกับระเบิดไว้ให้บอสบ้างเพื่อถ่วงเวลา หรือ สกัดบอสด้วยน้ำมันบนพื้นในฉากช่วงแรกๆ เพื่อเพิ่มเวลาในการวิ่ง

The Evil Within 2 รายละเอียดฉากค่อนข้างเยอะกว่าภาคก่อน อย่างช่วงเห็นโอนีลครั้งแรก ก็หลบเข้าพงหญ้าเพื่อพ้นสายตาศัตรูได้ง่ายกว่าการเดินในถนน ลองสังเกตรายละเอียดฉากดีๆ

คลิปเนื้อเรื่อง SHADOW OF WAR + ตอนจบ

คลิปคัทซีน สรุปเนื้อเรื่อง Shadow of War ที่วางจำหน่ายเมื่อ 10 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา ภาคต่อของ Middle-earth: Shadow of Mordor (2014) รวมถึง True Ending ของเกม

เพื่อล้มเซารอน ทาเลียน (Talion, Bright Lord) สร้าง Ring of Power ที่ Mount Doom แต่ เคเลบริมบอร์  (Celebrimbor) ได้ถูกแมงมุม ชีล็อบ (Shelob) ลักพาตัวเขาไปหลังสร้างแหวนสำเร็จ ทำให้ Talion ต้องสละแหวนเพื่อช่วยเขา แหวนมีพลังชีวิตของ Celebrimbor สถิตอยู่ทำให้ Talion บาดเจ็บเหมือนตอนเคยตายอีกครั้ง Shelob ให้เห็นภาพนิมิตของเมือง Palanir ถูกรุกรานทำให้เขาต้องมุ่งหน้าไป Minas Ithil และช่วยทหารในเมืองรับมือกับกองทัพออร์คของดาร์คลอร์ด

ACT I: Minas Ithil

Celebrimbor เคยมีหอคอยในเมืองนี้เหมือนดวงตาของเซารอน จึงต้องไปทำให้ Haedir กลายเป็นของเรา จนมองรอบเมืองได้ มุ่งไปหา Barrow ที่ซ่อนจากดวงตาของเซารอน อธิบายเรื่องที่เขาสร้างกองทัพในอดีตที่ต่อต้านเซารอนได้ก่อนเสียแหวนไป ซึ่งแหวนวงใหม่จะสมบูรณ์กว่าเพราะไม่เคยเป็นของเซารอนมาก่อน

หลังตรึงกำลังศัตรูได้ ขุนพล Castamir เคยให้ Idril ลูกสาวให้นำ The Seeing Stone ไปให้ Henneth Annun ที่ Great Hall เขาให้เธอใช้พลังของสิ่งนี้ช่วยสู้กับศัตรู แต่เธอไม่ต้องการเสี่ยงเพราะยังไม่มีใครใช้มันได้และไม่ให้ Talion ใช้

กอลัมช่วยเหลือเราจาก Olog-Hai ตามคำสั่งของ Shelob ซึ่งเขาจะช่วยเราในหลายภารกิจต่อจากนี้ Shelob ให้เห็นนิมิตต้องหยุดนักฆ่าก่อนลงมือสังหาร Castamir จนฆ่ามือสังหารได้ เธอให้เห็นภาพพลังของ Witch-King ในการคุมจิตใจ และได้เห็นผู้ทรยศในเมือง Minas Ithil ที่ไม่ทราบว่าเป็นใคร แม้พบเป้าหมายแต่ล้มเหลว จน Castamir ถูกจับตัวไปได้และนำมาต่อรอง จึงวางแผนให้ Talion สู้กับเหล่าแชมเปี้ยนของออร์คในอารีน่าเพื่อถ่วงเวลา จนทำให้พวกออร์คหนีจากลานประลองไป ด้านการช่วยเหลือพลาดเพราะถูกเห็นตัว จึงจะไปช่วยอีกครั้งพร้อม Idril จนพบตัวเขาแล้วหลบหนีออกมา

เมื่อเห็นว่า Gordon ไม่มาช่วยนับสัปดาห์ Idril จะหา The Seeing Stone ที่ถูกซ่อนมาให้ เขาต้องการเห็นนิมิตอีกครั้ง จนทราบว่าผู้ทรยศ คือ ขุนพล Castamir เอง อีกทั้งการโจมตีครั้งต่อไปเมืองจะต้านไม่ไหว ทุกอย่างเป็นไปตามนิมิต นาซกูลบุกเมืองและทำลายประตูได้ จนต้องสั่งอพยพชาวเมือง ด้าน Idril พบว่าพ่อตนทรยศ เขามอบ The Seeing Stone ให้ Witch-King เพื่อแลกกับความปลอดภัยลูกสาว แต่ตนถูกฆ่า Talion ถูกควบคุม มีสาวปริศนามาช่วยแต่สู้พวกนาซกูลจำนวนมากไม่ไหว จึงแทง Talion ไว้ก่อนหนี

เมืองถูกยึดและเปลี่ยนชื่อเป็น มินัสมอร์กูล (Minas Morgul) ในภายหลัง ด้าน Witch-King ทราบตำแหน่งแหวนจึงให้ส่งนาซกูลทั้งหมดมุ่งไปชิง ด้าน Talion ฟื้นจากความตาย หญิงที่ช่วยเรียกตนว่า Blade of Galadriel (มี Light of Galadriel ที่มือ) ซึ่งมองเห็น Celebrimbor และช่วยเรื่องแหวน มุ่งหน้าไปที่รังของเธอ ซึ่งลำบากจากพวกนาซกูลที่มีแหวนคนละวง พลังของ Light of Galadriel ช่วยขับไล่พวกนาซกูลไปได้ Shelob คืนแหวนให้เขาและบอกให้เขาสร้างกองทัพของตนเอง Blade of Galadriel ปฏิเสธให้ใช้แหวน แต่ Talion ยืนกรานที่จะใช้ในการสู้กับเซารอน

ACT II: Rise to Power

1:20:20 ช่วงสร้างกองทัพและทำความรู้จักพวกออร์ค ได้พบ Spirit of Carnan (1:26:00) ที่ต้องการให้ไปสู้กับบาลรอก

1:50:00 -2:02:30 ช่วงสู้กับบาลรอก (Balrog, Tar Goroth) มีเดรคจาก Carnan มาช่วยสู้

2:36:00 Carnan ตายจากกองทัพออร์ค

3:00:00 ล้ม Helm Hammerhand ได้เห็นอดีตของเขา ราชาลำดับที่ 9 ของ Gordon ที่ถูกชิงลูกสาวไป เซารอน มอบแหวนให้เขาไปชิงลูกสาวคืน แต่เธอปกป้องเขาจนตาย เขาฆ่าทุกคนไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายตนก่อนเป็นพวกนาซกูล ทำให้ทาเลี่ยนได้เห็นว่า Celebrimbor อยู่ข้างเซารอน

ACT III: Shadow and Flame

3:29:30 ล้ม อิซิลดูร์ (Isildur) ราชาลำดับที่สองของ Gordon ในยุค Second Age ผู้ตัดแขนของเซารอนและได้ One Ring มาครอง แต่เสียแหวนไประหว่างถูกตามล่า จึงถูกส่งกลับไปเป็นทาสเซารอน Celebrimbor ต้องการให้ Isildur เป็นทาสรับใช้ แต่ทาเลี่ยนปลดปล่อยเขาและได้ทราบว่าเซารอนไม่มีวันตาย Celebrimbor ต้องการชิงกองทัพของเซารอน และต้องการให้ Blade of Galadriel รับแหวนของทาเลี่ยนไป เป็นร่างสถิตให้เขา เธอจึงร่วมมือกับเขา ส่งผลให้เขากลับมาสภาพตายอีกครั้ง Shelob มาพบเขาอีกครั้ง และให้เขาช่วย โดยมี Ring of Power ของ Isildur เลื่อนมาข้างๆ เขาให้ใช้พลังควบคุมพวก Wright ได้

เขามุ่งไปมินัสมอร์กูล (Minas Morgul) และสู้กับ Witch-king จนครองดินแดนนี้ได้ และเข้าไปเก็บ The Seeing Stone เพื่อมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอีกด้าน

ด้าน Celebrimbor ไปหาเซารอน และสู้กับเขาร่วมกับ Blade of Galadriel ใช้พลังเพื่อปกครองเซารอน แต่พลาดจนถูกตัดนิ้วและรวมวิญญาณเข้ากับร่างเซารอน กลายเป็น Flaming Eye

ด้าน Talion กลายเป็นผู้ครอง Minas Morgul ยังคงต้องสู้กับเงาภายในร่างตน และรับมือกับหอคอยทางตะวันออก Mordor เพื่อปกป้องมนุษย์ต่อไป (มีต่อใน True Ending)

True Ending

Act 4: The Shadow Wars

ผ่านไปหลายทศวรรษ ทาเลี่ยนตกในอำนาจของแหวนแห่งพลัง กลายเป็นพวกของเซารอนในที่สุด กลายเป็นหนึ่งใน 9 นาซกูล

เวลาผ่านไป จน One Ring ถูกพบ (ตามเนื้อหา The Lord of the Rings) การผจญภัยนั้นได้นำพาความพินาศมาสู่เซารอนและฝ่ายศัตรู รวมถึงทาเลี่ยนได้ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระในที่สุด

Credit คลิป: Gamer’s Little Playground

THE EVIL WITHIN 2 เนื้อเรื่อง+เกมเพลย์ Part 1 (6 ชั่วโมงแรก)

เนื้อเรื่องย่อ และเกมเพลย์ของเกม THE EVIL WITHIN 2 Chapter 1 – Chapter 6 (On the Hunt) ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคม 2017 เล็กน้อย ซึ่งมีแคสเตอร์และบางแชนแนลได้เล่นก่อนวางจำหน่าย

Credit: RabidRetrospectGames

สปอยล์เนื้อเรื่องย่อๆ Chapter 1 – Chapter 6

0.30 เซบาสเตียนฝันร้ายถึงตอนที่เสียลูกสาวไปในเหตุเพลิงไหม้

3.40 จูลี่ คิดแมน มาพบเซบาสเตียนอีกครั้งหลังไม่พบเธอมาสามปี เธอต้องการให้เขาช่วยลูกสาวเขาที่ Mobius ลิลลี่ ที่ยังไม่ตาย แต่ถูกพาไปพัฒนาระบบ STEM  ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จนเธอหายไปใน STEM เมื่อสัปดาห์ก่อน เธอส่งเขาไปใน STEM  โดยกระซิบว่ามีใครบางคนรอเขาอยู่ที่นั่นเช่นกัน

11.00 เข้ามาใน STEM จนได้เห็นภาพหน่วยค้นหาที่หายไป 5 คนที่ออกตามหาลิลลี่ก่อนเขา

25.00 พบศพเบเกอร์ (William Baker) ที่ถูกยิงหัวตาย

37:00 ถูกบอสจากศพไล่โจมตี (Guardian Boss) จนถูกชายถือกล้องปามีดใส่ แต่รอดมาได้ (เหมือนใน Developer DEMO)

44:30 พบศัตรูตนแรก ทำให้ทราบว่ากำลังเจอสิ่งที่เหมือนภาคแรก

50:00 พบพวกโอนีล (O’Neal) ที่หนีรอด จนได้คุยกับเขาในเซฟเฮาส์ เขาจะรอที่นี่และให้ร่วมมือในการหา The Core (ลิลลี่) และได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงจากมือถือ

1:05:00 พบทาเทียน่า พยาบาลอัพความสามารถเหมือนภาคแรก

1:37:30 ถูกบอสที่เหมือนผีไล่ตาม

2:03:30 (ภารกิจเสริม) พบศพ Turner ถูกฆ่า กลับไปแจ้งโอนีลเพื่อรับรางวัล

2:48:00 พบ เงาเด็กผู้หญิงที่เหมือนลิลลี่

3:29:00 พบศพคนชื่อ Randall Figg

3:35:00 สอบถาม โอนีลถึงวิธีไป City Hall

3:37:40 ระบบทดสอบการยิงปืนด้วยเป้าเคลื่อนที่และพัซเซิลโดย Titania ใช้แต้มแลกของได้

4:25:40 พบ City Hall พบบอสหน้าทางเข้ามาจากศพจำนวนมากรวมกัน (ช่วง City Hall เหมือนใน Developer DEMO)

4:31:00 พบ Harrison เขาฝากให้เปิด Stable Field Emitter ก่อนทุกอย่างจะพังทลาย ให้ของที่ใช้แล้วสิ้นใจไป

4:47:00 พบ Stable Field Emitter หลังเปิดใช้งานได้พบกับชายที่ใช้กล้องหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างได้ สเตฟาโน่ (Stafano) พูดถึง Core (ลิลลี่) ที่อยู่กับเขา และให้สู้กับกล้อง Obscura ของเขา สู้จนทำให้ Stable Field Emitter ทำงานได้ ทุกอย่างใน City Hall กลับคืนสู่สภาพปกติ

4:56:00 ออกจาก City Hall ด้านฝั่งคิดแมนติดต่อมา เซบาสเตียนรายงานสถานการณ์และชื่อคนที่พบ ด้านโอนีลพบความเคลื่อนไหวที่โรงละคร

5:16:30 พบยูคิโกะ ฮอฟแมน (Yukiko Hoffman) ใช้ปืนขู่จากด้านหลัง เธอเคยได้ยินว่าคนชื่อเซบาสเตียนตายไปแล้ว (ภาคแรก) จนเธอเชื่อ ให้ข้อมูลกับเรา

5:31:30 ตามหาเบาะแส จนพบศพถูกเผาจำนวนมากและพบบอสจากศพอีกครั้ง

5:39:30 ไปตู้เพลงที่เปิดอยู่ จนพบบอสที่เหมือนผีอีกครั้ง หนีมาจนเห็นภาพตนเองในอดีตและรู้สึกถึงความผิดปกติ

5:45:30 พบเจ้าหน้าที่ของ Mobius ถูกล้อมและยืนบนรถบรรทุกที่ล้ม ขอความช่วยเหลือจากเรา (ยังไม่ผ่าน ดู Part ต่อไป)

Part ต่อไป ทยอยมาตามลำดับ

พาร์ท 2 ถึงตอนจบ >> The Evil Within 2 เนื้อเรื่องและฉากจบ